สุขภาพดี

สุขภาพดีที่คุณเลือก

สุขภาพดีที่คุณเลือก แผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทุกโรคร้ายแรง

“ซิกน่า ประเทศไทย” ผู้นำด้านการวางแผนประกันสุขภาพระดับโลกที่ช่วยจัดการกับปัญหาด้านสุขภาพและคุ้มครองชีวิตของคุณทุกย่างก้าวได้อย่างครอบคลุม เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ตามต้องการ เพราะเหตุนี้เรา จึงคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดและมอบโอกาสให้คุณสามารถเลือกวางแผนความคุ้มครองด้วยประกันโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ประกันหลอดเลือดสมอง, มะเร็ง, ไตวาย และโรคหัวใจวาย รวมไปถึงประกันความดันโลหิตสูง โรคร้ายที่สามารถพบได้บ่อยในกลุ่มผู้ใหญ่เมื่อเริ่มมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากซิกน่าจะคอยแนะนำแผนประกันสุขภาพที่เหมาะสม พร้อมควรคุ้มครอง ประกันชีวิต และตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณมากที่สุด พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและตอบทุกปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันโรคร้ายอย่างละเอียดชัดเจน เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าได้อย่างอุ่นใจ

ในเรื่องของการดูแลสุขภาพ เราสามารถเจาะประเด็นไปที่คำถามที่ว่า “ทำอย่างไรถึงจะสุขภาพดี” ซึ่งคำถามนี้หากจะให้ค้นหาคำตอบ นับได้ว่าสามารถค้นหาคำตอบได้หลากหลายข้อ หลากหลายประการด้วยกันเลยทีเดียว เพราะในปัจจุบันถือได้ว่ามีอยู่หลากหลายวิธี ที่จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ แต่การดูแลสุขภาพนั้น หากคุณไม่ได้ทำตามวิธีใดวิธีหนึ่งอย่างสม่ำเสมอ หรือ เลือกที่จะดูแลสุขภาพของคุณอย่างสม่ำเสมอ แน่นอนเลยว่าต่อให้คุณเลือกมาสักสิบวิธี และเลือกที่จะทำตามทุกวิธี ทำบ้างไม่ทำบ้าง ต่อให้ทำนานแค่ไหนก็ไม่ได้ผลอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ถ้าหากคุณเลือกที่จะดูแลสุขภาพด้วยวิธีไหนเป็นหลัก ก็ขอให้ทำตามวิธีนั้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่นานคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงตามมา ส่วนวันนี้เรามี 4 วิธีที่จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้เน้นทางอาหารที่มีประโยชน์อย่างเหมาะสม – สิ่งที่คุณจะต้องเน้นในเรื่องของการรับประทานอาหาร เพื่อที่จะปฏิวัติให้ตัวคุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้นั้น นั่นก็คือ การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างแท้จริง และ เลือกที่จะรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งจะต้องไม่มากเกินไป และ ไม่น้อยเกินไป อีกทั้งคุณควรรับประทานให้ครบทั้ง 3 มื้อเป็นหลัก โดยเฉพาะในมื้อเช้าซึ่งถือได้ว่าเป็นมื้อที่คุณไม่ควรขาด และที่สำคัญไม่ควรมีอาหารมื้อดึกหรือมื้อที่ 4 ตามมา

  • น้ำ ต้องดื่มให้มากพอ – หากคุณหันมาใส่ในและเน้นดื่มน้ำกันสักนิด สุขภาพของคุณก็จะดีขึ้นได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยถ้าหากคุณดื่มน้ำได้ไม่ถึง 8 แก้วต่อวัน คุณก็ควรที่จะเริ่มปฏิวัติหันมาดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าเดิม และเมื่อชินไปกับการดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ อัตราการดื่มน้ำของคุณก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไปเอง
  • ต้องหมั่นฟิตแอนด์เฟิร์ม – การออกกำลังกายถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยทำให้คุณได้เริ่มต้นหันมาดูแลสุขภาพได้อย่างจริงจัง ยิ่งถ้าหากคุณสามารถออกกำลังกายได้สม่ำเสมอ ทุกวัน ไม่นานคุณจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ต่อให้คุณไม่ได้ออกกำลังกายแบบหนัก ๆ ออกกำลังแบบเบา ๆ แต่ทำทุกวัน แค่นี้ก็สร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ตามมา
  • เน้นพักผ่อนให้เพียงพอ – กลุ่มคนทำงานส่วนใหญ่ มักจะมีช่วงเวลาในการพักผ่อนแบบไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้ร่างกายของคุณทรุดโทรมได้แบบทันตาเห็น อย่างน้อยในแต่ละวันคุณควรจัดสรรเวลานอนให้ได้ 6 – 8 ชั่วโมงเป็นหลัก ซึ่งถ้าหากคุณทำได้ วันใหม่ของคุณก็จะสดชื่นแจ่มใส หากทำแบบนี้ได้ทุกวัน รับรองเลยว่าสุขภาพของคุณจะดีได้จริงแท้แน่นอนเลยทีเดียว
แบบเหมาจ่าย

ประกัน aia ดียังไง

ประกัน aia ดียังไง น่าใช้ไหมมาดูกัน

1.  คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยในและนอก ผู้เอาประกันจะได้รับคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลรอบด้าน ทั้งกรณีที่เจ็บป่วยเป็นผู้ป่วยใน (นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล) และผู้ป่วยนอก (พบแพทย์ รับยากลับบ้าน)

2.  คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเฉพาะกรณีผู้ป่วยใน  ผู้เอาประกันสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นตามจริงจากการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน โดยแบบประกันของเอไอเอมี 2 แบบ

แบบเหมาจ่าย  คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาล “ตามจริงแบบเหมาจ่าย” เช่น ค่าตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัด ค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน และค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ โดยสามารถเลือกวงเงินผลประโยชน์สูงสุดได้ถึง 120 ล้านบาทต่อปี

  • ครอบคลุมค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริง ในวงเงินที่สูงกว่าแบบแยกรายจ่าย
  • มีรายการคุ้มครองที่หลากหลายมากกว่าแบบแยกรายจ่าย
  • ได้ความอุ่นใจเต็มร้อย แม้ค่าเบี้ยประกันจะสูงกว่าแบบจำกัดวงเงินแยกรายจ่าย 

แบบแยกรายจ่าย คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลโดย “แบ่งวงเงินความคุ้มครองแยกสำหรับแต่ละรายการ” เช่น ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด ค่ายา และค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ

  • ค่าเบี้ยประกันต่ำกว่าแบบเหมาจ่าย เหมาะกับคนที่มีงบทำประกันน้อย
  • ความคุ้มครองที่ได้รับจะเป็นไปตามวงเงินความคุ้มครองแยกตามแต่ละรายการที่กำหนด เช่นค่าผ่าตัด 40,000บาท ค่า x-ray 3,000 บาท (ไม่สามารถโอนวงเงินข้ามหมวดหมู่)
  •  ชดเชยรายได้กรณีผู้ป่วยใน จ่ายเงินชดเชยตามจำนวนวันที่ผู้เอาประกันต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่

ซื้อประกันรถเลือกซ่อมห้างหรือซ่อมอู่

ซื้อประกันรถเลือกซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ อันไหนดีกว่ากัน

ซ่อมห้าง” กับ “ซ่อมอู่” คืออะไร ต่างกันอย่างไร และรู้หรือไม่การเลือกว่าจะซ่อมห้างหรือซ่อมอู่มีผลต่อค่าเบี้ยประกันภัยด้วย หากต้องการซื้อหรือจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์แล้วได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่า อย่าลืมตรวจสอบในเรื่องนี้

การซ่อมห้างก็คือ การซ่อมกับศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ของศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อที่ผู้เอาประกันใช้อยู่และซื้อประกันภัยเอาไว้ เช่น ถ้าใช้รถยนต์โตโยต้า หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นผู้เอาประกันภัยสามารถนำรถเข้าไปซ่อมที่ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังของโตโยต้าโดยตรงในสาขาหรือศูนย์บริการใดก็ได้ที่สะดวก

ส่วนการซ่อมอู่ก็คือ การนำรถเข้าซ่อมกับอู่ซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ของบริษัทเอกชนทั่วไป

ในมุมของผู้ใช้รถส่วนใหญ่อาจมองว่าการซ่อมห้างหรือซ่อมกับศูนย์บริการรถยนต์โดยตรงจะมีรูปแบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกแห่ง ผู้ใช้รถอาจรู้สึกดีและสบายใจกว่าทั้งในเรื่องของการติดต่อ คุณภาพงานซ่อม และการเปลี่ยนอะไหล่ที่ใช้ของแท้เบิกห้าง ขณะที่อู่ซ่อมทั่วไปจะมีความหลากหลายในเรื่องของมาตรฐาน บางแห่งสภาพและบรรยากาศภายในอู่ดูไม่เป็นระเบียบ การทำงานดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจว่ารถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการซ่อมและการดูแลที่ดี และที่ลูกค้าให้ความกังวลกันอย่างมากคือ กลัวว่าทางอู่จะนำอะไหล่ที่ไม่ใช่ของแท้มาย้อมแมวและเปลี่ยนให้

ทั้งด้วยเรื่องของมาตรฐานที่บริษัทรถยนต์สามารถกำหนดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้และเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้รถ เรื่องของอะไหล่ที่เป็นของแท้เบิกห้างแน่นอน ทำให้เมื่อซื้อประกันภัยรถยนต์แล้วระบุในกรมธรรม์ว่าต้องการซ่อมห้าง ค่าเบี้ยที่ต้องจ่ายจะสูงกว่าระบุว่าซ่อมอู่

หากผู้ใช้รถท่านใดที่กำลังมองหาวิธีการในการลดค่าเบี้ยประกันภัย นอกจากการระบุชื่อผู้ขับซึ่ง Roojai เคยแนะนำไปแล้ว การเลือกว่าจะ “ซ่อมห้าง” กับ “ซ่อมอู่” ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีผลต่อค่าเบี้ยด้วยเช่นกัน ดังนั้นเวลาที่เช็กเบี้ยประกันรถไม่ว่าจะเช็กด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ของรู้ใจ หรือให้เจ้าหน้าที่ช่วยเสนอค่าเบี้ยให้ก็ตาม อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขในส่วนนี้ด้วย

ยกตัวอย่างให้ประหยัดกันง่ายๆ เช่น Toyota/ Corolla Altis/ 2016/ Auto / 1.8 / G โดยลองเลือกแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ เบี้ยประกันชั้น 1 ต่อปี

แบบที่เลือกอู่ซ่อมแนะนำ (ซ่อมอู่) คือ 11,769.57 บาท

กรมธรรม์

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ของ Roojai

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ของ Roojai ดียังไง

เราคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด หรือแม้แต่ความเสียหายที่ไม่มีคู่กรณี เรายังคุ้มครองความเสียหายจากรถไฟไหม้

รถยนต์สูญหายหรือถูกโจรกรรม รวมไปถึงคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากภัยทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม อีกด้วย

คุณสามารถเลือกนำรถยนต์ที่เสียหายจากอุบัติเหตุ เข้าใช้บริการในอู่หรือศูนย์ซ่อมตามแบบที่คุณเลือกไว้
Roojai.com และ กรุงไทยพานิชประกันภัย ได้ทำการคัดสรรและตกลงร่วมบริการกับอู่ซ่อมชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งอู่ซ่อมเหล่านี้จะเป็นอู่ที่ได้มาตรฐานและคุณภาพ

ดีในราคาที่เหมาะสม เราส่งผ่านความคุ้มค่านี้ไปให้คุณผ่านค่าเบี้ยประกันที่ต่ำกว่า หากคุณเลือกซ่อมที่อู่ในเครือ คุณสามารถนำรถเข้าซ่อมได้ทันที พร้อมได้รับการรับประกันคุณภาพงานซ่อมนานถึง 12 เดือน


ทางเลือกนี้จะให้อิสระในการเลือก คุณสามารถนำรถเข้าซ่อมที่อู่ซ่อมในเครือ ศูนย์ซ่อมแนะนำโดย Roojai.com และกรุงไทยพานิชประกันภัยได้ทำการร่วมบริการด้วย หรืออู่และศูนย์ซ่อมอื่นๆ หากคุณเลือกซ่อมที่ศูนย์ซ่อมแนะนำหรืออู่ซ่อมในเครือ คุณจะได้รับความสะดวกรวดเร็วในขั้นตอนต่าง ๆ มากกว่า แต่ในกรณีที่คุณต้องการนำรถเข้าซ่อมที่อู่หรือศูนย์ซ่อมอื่น ๆ กรุณาติดต่อเราก่อนนำรถเข้าซ่อมอย่างน้อย 24 ชม. เพื่อให้เราประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กับคุณ

การเลือกแผนผู้ขับขี่

  • แผนผู้ขับขี่ระบุชื่อ: คุ้มครองแบบเต็มรูปแบบเฉพาะผู้ขับขี่ที่ถูกระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์เท่านั้น หากผู้ขับขี่ไม่มีชื่ออยู่ในกรมธรรม์ จะถูกเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งแผนนี้ช่วยคุณประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยได้มากที่สุด
  • แผนผู้ขับขี่อายุ 25 ปีขึ้นไป: สำหรับผู้ขับขี่ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป สามารถขับรถคันเอาประกันได้โดยไม่ต้องมีชื่อในกรมธรรม์ หากผู้ขับขี่มีอายุน้อยกว่า 25 ปี จะถูกเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก
  • แผนผู้ขับขี่อายุ 30 ปีขึ้นไป: สำหรับผู้ขับขี่ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป สามารถขับรถคันเอาประกันได้โดยไม่ต้องมีชื่อในกรมธรรม์ หากผู้ขับขี่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี จะถูกเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก
  • แผนผู้ขับขี่ไม่ระบุชื่อ: สำหรับผู้ขับขี่ทุกคนที่มีใบขับขี่ สามารถขับรถยนต์ได้ตามการอนุญาตจากเจ้าของกรมธรรม์
กรมธรรม์

รู้ใจประกันภัย

รู้ใจประกันภัย ดียังไง

ค่าเสียหายส่วนแรก คือจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่ตกลงไว้ตามกรมธรรม์ ที่ผู้เอาประกันต้องจ่าย กรณีมีการเคลมประกันที่เข้าเงื่อนไขความรับผิด หลังจากนั้นบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าใช้ส่วนที่เกินจากวงเงินค่าเสียหายส่วนแรกนั้นให้กับอู่ซ่อมรถยนต์

“ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง คือ 2,000 บาทแรกของความเสียหายอันเกิดจากการชนในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย”

กรณีที่คุณเลือก แบบไม่ระบุค่าเสียหายส่วนแรก หมายถึง กรณีมีการเคลมประกันและคุณเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด คุณจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพราะตามหน้าตารางกรมธรรม์ไม่ได้ระบุไว้ ซึ่งการเลือกซื้อแบบนี้ค่อนข้างจะมีความคุ้มครองสูงสุด แต่อย่างไรก็ตาม ราคาค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายมีราคาค่อนข้างแพง วิธีการที่เลือกซื้อกรมธรรม์แบบมีค่าความเสียหายส่วนแรก ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ เป็นวิธีที่ช่วยให้ราคาค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของคุณถูกลง

ตัวอย่างของการเลือกรับค่าเสียหายส่วนแรก

  • ถ้ามีการเคลมประกันและเข้าเงื่อนไขที่คุณเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด คุณจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเพียง 2,000 บาท และบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินจากนั้นทั้งหมด

(ตัวเลขที่ระบุตามตัวอย่างด้านล่างเป็นเพียงการยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามสถานการณ์การเกิดเหตุจริง)

การเลือกแผนซ่อมรถยนต์

คุณสามารถเลือกนำรถยนต์ที่เสียหายจากอุบัติเหตุ เข้าใช้บริการในอู่หรือศูนย์ซ่อมตามแบบที่คุณเลือก

อู่ซ่อมแนะนำ :
อู่ซ่อมรถยนต์มาตรฐาน ภายใต้การแนะนำโดยรู้ใจดอทคอม เป็นอู่ซ่อมรถยนต์ที่ผ่านการคัดเลือกคุณภาพสำหรับการบริการงานซ่อม ให้กับลูกค้าของเราโดยเฉพาะ นอกจากนี้ การเจรจานำส่งรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายเข้าซ่อม ณ อู่ซ่อมมาตรฐานเหล่านี้จำนวนมาก ทำให้อู่ซ่อมไม่คิดอัตราค่าบริการงานซ่อมที่แพงจนเกินไป จึงเป็นผลให้ลูกค้าที่เลือกซื้อแผนซ่อมอู่แนะนำนี้ จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่าแบบซ่อมศูนย์หรืออู่อื่นๆ

ซ่อมศูนย์/อู่อื่นๆ :
ถ้าคุณลือกแผนนี้ คุณสามารถนำรถยนต์ที่เสียหายจากอุบัติเหตุเข้าใช้บริการ ณ ศูนย์บริการซ่อมสีตัวถังของผู้จำหน่ายรถยนต์หรืออู่ซ่อมนอกเครือใด ๆ ที่คุณพอใจ การเลือกแผนนี้ค่อนข้างได้รับความสะดวกเพราะคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้กับศูนย์บริการ ซึ่งค่าบริการซ่อมศูนย์โดยทั่วไปจะมีอัตราค่าบริการที่แพงกว่าซ่อมอู่ภายใต้รูปแบบงานซ่อมเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเบี้ยประกันภัยแบบซ่อมศูนย์/อู่อื่นๆ ยังคงมีอัตราแพงกว่าค่าเบี้ยประกันภัยแบบซ่อมอู่แนะนำ

การเลือกแบบผู้ขับขี่

การเลือกแบบผู้ขับขี่ ที่รู้ใจดอทคอม เราพยามนำเสนอรูปแบบกรมธรรม์ที่เพิ่มความสะดวกรวมทั้งเพิ่มตัวเลือก ในการเลือกซื้อประกันภัย แบบต่างๆ ให้คุณ สำหรับการเลือกแบบผู้ขับขี่รถยนต์ มีรูปแบบกรมธรรม์ที่สอดคล้องกับผู้ขับขี่รถยนต์ให้เลือกถึง 4 แบบ ได้แก่

แบบระบุชื่อผู้ขับขี่
แผนนี้จะคุ้มครองความรับผิด หรือความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดขึ้นในขณะที่มีบุคคลที่ระบุชื่อในกรมธรรม์เป็นผู้ขับขี่ เนื่องจากว่าการที่เจ้าของรถยนต์สามารถระบุชื่อและรายละเอียดผู้ที่มีส่วนร่วมในการขับขี่รถคันเอาประกันภัยได้ จะเป็นการลดความเสี่ยงภัยอย่างหนึ่ง ซึ่งแผนนี้มีค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุดด้วย

แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่
แผนนี้จะคุ้มครองความรับผิด และความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดในระหว่างการใช้หรือการขับขี่ของบุคคลใด ๆ ก็ตาม โดยได้รับความยินยอมจากผู้อาประกันภัย อันรวมถึงผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยหรือไม่มีประสบการณ์ในการขับรถยนต์ด้วย แผนนี้ค่อนข้างได้รับความสะดวกโดยไม่ต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ใด ๆ แต่ทั้งนี้ ราคาค่าเบี้ยประกันภัยค่อนข้างแพงกว่าแบบระบุชื่อผู้ขับขี่

แบบผู้ขับขี่อายุมากกว่า 25 และผู้ขับขี่อายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป
สองแผนนี้เหมาะที่สุด สำหรับผู้ขับขี่ใด ๆ ที่ทราบช่วงอายุแน่นอน โดยผู้ขับขี่ใด ๆ ที่มีอายุ ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป สามารถขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยได้ สำหรับแผนนี้ ประโยชน์ที่ได้จากการยืนยันอายุของผู้ขับขี่ร่วมท่านอื่นคือการได้รับค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกลงกว่าแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ รวมทั้งปแผนนี้ไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดของผู้ขับขี่ร่วมท่านอื่นอีกด้วย

เรื่องควรคิด

เรื่องควรคิดก่อนทำประกันภัยอุบัติเหตุ

เรื่องควรคิด ก่อนทำประกันภัยอุบัติเหตุ ที่เราควรรู้

ก่อนจะตัดสินใจทำประกันภัย ไม่ว่าจะประเภทใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือ การเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับตัวเรา และในปัจจุบันมีหลากหลายช่องทางให้ค้นหา เช่น บน Google เราอาจจะใช้คำค้นว่า “ประกัน ที่ไหนดี” หรือการค้นหารีวิวประกันภัย บน Pantip ที่มีคนมาถามเรื่องประกันเยอะพอสมควร  

แต่สำหรับประกันอุบัติเหตุ ถึงแม้จะเป็นประกันที่สามารถซื้อ และคุ้มครองได้ทันที เพราะไม่มีตรวจสุขภาพ แต่ก็ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ชวนคิดก่อนว่า แผนที่เราเลือกนั้น เหมาะสมกับเราแล้วหรือไหม จาก 7 ข้อนี้เลย

ในความจริงแล้วไม่ว่าอายุเท่าใดก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้นจะเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ ประกันอุบัติเหตุจาก AXA เองก็มีแผนที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่อายุ 1-70 ปีเลย

อาชีพที่มีความเสี่ยงสูง อย่างเช่น วิศวกร ช่างไฟฟ้า สถาปนิก คนงานก่อสร้าง หรือคนที่ต้องใช้อุปกรณ์-เครื่องมือในการทำงาน มักจะเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นประกันภัยอุบัติเหตุมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยดูแล และคอยช่วยเหลือยามเกิดอุบัติเหตุ เพราะสามารถยื่นบัตร PA Card และรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายได้ทันที โดยไม่ต้องสำรองจ่าย

แต่เดี๋ยวก่อน…ใครว่าพนักงานออฟฟิศ หรืออายุน้อยๆ อย่างนักเรียน นักศึกษาไม่มีความเสี่ยงอุบัติเหตุ อยากให้ลองนึกดูสิว่า แค่เราลื่นตกจากบันได อย่างน้อยอาจจะแค่เจ็บขา แต่ถ้าหนักถึงขั้นขาหัก กว่าจะรักษาให้หายขาดก็มีค่าใช้จ่ายสูง ประกันอุบัติเหตุก็จะช่วยแบ่งเบาตรงนี้ได้

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สำหรับการรับประกันภัยในส่วนของประกันภัยอุบัติเหตุจะแบ่งเป็น 4 ชั้น ไล่ลำดับจากความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงความเสี่ยงสูง ได้แก่

อาชีพชั้น 1 ส่วนใหญ่ทำงานประจำในสำนักงาน
อาชีพชั้น 2 ปฏิบัติงานที่ใช้วิชาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้งตลอดเวลา
อาชีพชั้น 3 ปฏิบัติงานด้านช่าง กระบวนการผลิต ที่มีการใช้เครื่องจักรกลหนัก ผู้ใช้แรงงาน การเดินทาง หรือทำงานนอกสำนักงานเป็นประจำ
อาชีพชั้น 4 อาชีพพิเศษที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าชั้นอื่น ๆ เป็นพิเศษ เช่น นักแสดงผาดโผน

เหตุผลที่วันเริ่มต้นคุ้มครอง เป็น 1 ในสิ่งที่ผู้ซื้อประกันภัยต้องคำนึงถึงนั้น ก็เพราะว่าทุกอย่างที่อยู่บริเวณรอบตัวเราไม่ว่าจะวัน หรือเวลาใดก็ตาม ก็สามารถทำให้เราประสบอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะบุคคลที่ประกอบอาชีพ หรือต้องเจอเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงทุกวัน เพราะฉะนั้นการซื้อประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองเราได้ทันทีหลังจากการซื้อสำเร็จ ก็จะส่งผลดีต่อตัวเรามากกว่านั่นเอง

เบี้ยประกันอุบัติเหตุนั้นมีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยปลายๆ ไปจนถึงหลักพันปลายๆ ซึ่งเมื่อจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยแล้ว ก็จะได้รับคุ้มครองตลอด 1 ปี เพราะฉะนั้นการคำนวณค่าใช้จ่ายในการจ่ายเบี้ยประกันของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินเข้าตรงเวลาทุกเดือน อาจจะคำนวณโดยการเก็บออมในแต่ละเดือน หรือเลือกจ่ายทีเดียว แต่สำหรับในบางอาชีพที่มีเงินหมุนเข้า-ออกทุกวันอย่างพ่อค้า/แม่ค้า อาจจะใช้จ่ายทีเดียวเพื่อบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนแทน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน แต่ให้แอกซ่าแนะนำ ผู้เอาประกันควรจะเลือกซื้อประกันภัยอุบัติเหตุที่ได้รับความคุ้มครองสูงสุด ถึงเบี้ยอาจจะราคาสูงกว่า แต่เชื่อมั่นได้เลยว่า ตัวเราเองก็จะได้รับความคุ้มครองที่สูงสุดเช่นกัน

ลองประเมินความเสี่ยงของตัวเอง เช่น การเดินทาง การทำงาน หรือการประกอบอาชีพของตนเองว่า มีความเสี่ยงอยู่ในระดับไหน และเลือกทุนประกันที่เหมาะกับตัวเอง เช่น นาย A เป็นช่างเทคนิค ประเมินจากอาชีพของตนเองแล้วพบว่ามีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นควรเลือกที่จะประกันภัยอุบัติเหตุที่ครอบคลุม และคุ้มครองสูงสุด ทั้งในแง่ค่ารักษาพยาบาล และผลประโยชน์การเสียชีวิต

เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่ควรศึกษาก่อนทำประกันอุบัติเหตุ คือ การตรวจเช็คว่ามีรายชื่อโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในเครือข่ายประกันภัยอุบัติเหตุของบริษัทประกันภัยที่เราจะซื้อหรือไม่ ให้ลองนึกภาพว่า ถ้าวันหนึ่งเราเกิดอุบัติเหตุขึ้มมา สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การที่ผู้บาดเจ็บสามารถเดินทางไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง และพบแพทย์ได้อย่างทันที และยังสบายใจได้เพราะไม่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน สำหรับใครที่สนใจทำประกันอุบัติเหตุกับ AXA สามารถเช็ครายชื่อโรงพยาบาลในเครือข่ายได้ที่นี่ คลิก

นอกจากแผนประกันภัย เบี้ยประกัน และโรงพยาบาล สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการตัดสินใจทำประกันกับบริษัทใด บริษัทหนึ่ง ก็คือ การบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลลูกค้าอย่างจริงใจ การให้ข้อมูล หรือตอบคำถามต่างๆ ที่เรายังสงสัยได้ เรื่องควรคิด รวมไปถึงข้อมูลเชิงลึก เช่น เอกสารที่ในการเรียกร้องสินไหมในกรณีต่าง ๆ รวมไปถึงช่องทางติดต่อที่สะดวกที่สุด

คนขับรถ

ประกันรถ

ประกันรถ ชั้น3ดียังไง

บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างระยะเวลาประกันภัย ต่อรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ตามที่ระบุไว้ในตาราง อันมีสาเหตุมาจากการชนกับยานพาหนะทางบก
จำนวนเงินจำกัดความรับผิด : สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อครั้ง

เมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายซึ่งมีการคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ บริษัทจะจ่ายค่าดูแลรักษารถยนต์ และค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมดนับแต่วันเกิดเหตุ จนกว่าการซ่อมแซม หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้นตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อมแซม
จำนวนเงินจำกัดความรับผิด : ร้อยละ 20 ของค่าซ่อม

บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัทจะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
จำนวนเงินจำกัดความรับผิด : สูงสุดไม่เกิน 2.5 ล้านบาทต่อครั้ง

บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ของบุคคลภายนอก ตามความเสียหายที่แท้จริงที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากรถยนต์ที่ใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถยนต์นั้น ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย
จำนวนเงินจำกัดความรับผิด : สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคน สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อครั้ง

บริษัทประกันภัยจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่นๆ ตามที่จ่ายจริง เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์
จำนวนเงินจำกัดความรับผิด : สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน

บริษัทประกันภัยชดใช้การเอาประกันภัยเพิ่มของผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร สำหรับการเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า สายตา ถาวรสิ้นเชิงและการทุพพลภาพถาวร โดยมีความคุ้มครองตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในตาราง
จำนวนเงินจำกัดความรับผิด : สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน

บริษัทประกันภัยจะประกันตัวผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีรถยนต์ที่ทำประกันประสบอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และตำรวจได้สอบสวนและคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดี
จำนวนเงินจำกัดความรับผิด : สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อครั้ง

“ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง คือ 2,000 บาทแรกของความเสียหายอันเกิดจากการชนในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

ค่าเสียหายส่วนแรก คือจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่ตกลงไว้ตามกรมธรรม์ ที่ผู้เอาประกันต้องจ่าย กรณีมีการเคลมประกันที่เข้าเงื่อนไขความรับผิด หลังจากนั้นบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าใช้ส่วนที่เกินจากวงเงินค่าเสียหายส่วนแรกนั้นให้กับอู่ซ่อมรถยนต์

กรณีที่คุณเลือก แบบไม่ระบุค่าเสียหายส่วนแรก หมายถึง กรณีมีการเคลมประกันและคุณเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด คุณจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพราะตามหน้าตารางกรมธรรม์ไม่ได้ระบุไว้ ซึ่งการเลือกซื้อแบบนี้ค่อนข้างจะมีความคุ้มครองสูงสุด แต่อย่างไรก็ตาม ราคาค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายมีราคาค่อนข้างแพง วิธีการที่เลือกซื้อกรมธรรม์แบบมีค่าความเสียหายส่วนแรก ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ เป็นวิธีที่ช่วยให้ราคาค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของคุณถูกลง

  • ถ้ามีการเคลมประกันและเข้าเงื่อนไขที่คุณเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด คุณจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเพียง 2,000 บาท และบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินจากนั้นทั้งหมด


อู่ซ่อมรถยนต์มาตรฐาน ภายใต้การแนะนำโดยรู้ใจดอทคอม เป็นอู่ซ่อมรถยนต์ที่ผ่านการคัดเลือกคุณภาพสำหรับการบริการงานซ่อม ให้กับลูกค้าของเราโดยเฉพาะ นอกจากนี้ การเจรจานำส่งรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายเข้าซ่อม ณ อู่ซ่อมมาตรฐานเหล่านี้จำนวนมาก ทำให้อู่ซ่อมไม่คิดอัตราค่าบริการงานซ่อมที่แพงจนเกินไป จึงเป็นผลให้ลูกค้าที่เลือกซื้อแผนซ่อมอู่แนะนำนี้ จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่าแบบซ่อมศูนย์หรืออู่อื่นๆ


ถ้าคุณลือกแผนนี้ คุณสามารถนำรถยนต์ที่เสียหายจากอุบัติเหตุเข้าใช้บริการ ณ ศูนย์บริการซ่อมสีตัวถังของผู้จำหน่ายรถยนต์หรืออู่ซ่อมนอกเครือใด ๆ ที่คุณพอใจ การเลือกแผนนี้ค่อนข้างได้รับความสะดวกเพราะคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้กับศูนย์บริการ ซึ่งค่าบริการซ่อมศูนย์โดยทั่วไปจะมีอัตราค่าบริการที่แพงกว่าซ่อมอู่ภายใต้รูปแบบงานซ่อมเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเบี้ยประกันภัยแบบซ่อมศูนย์/อู่อื่นๆ ยังคงมีอัตราแพงกว่าค่าเบี้ยประกันภัยแบบซ่อมอู่แนะนำ

การเลือกแบบผู้ขับขี่ ที่รู้ใจดอทคอม เราพยามนำเสนอรูปแบบกรมธรรม์ที่เพิ่มความสะดวกรวมทั้งเพิ่มตัวเลือก ในการเลือกซื้อประกันภัย แบบต่างๆ ให้คุณ สำหรับการเลือกแบบผู้ขับขี่รถยนต์ มีรูปแบบกรมธรรม์ที่สอดคล้องกับผู้ขับขี่รถยนต์ให้เลือกถึง 4 แบบ ได้แก่


แผนนี้จะคุ้มครองความรับผิด หรือความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดขึ้นในขณะที่มีบุคคลที่ระบุชื่อในกรมธรรม์เป็นผู้ขับขี่ เนื่องจากว่าการที่เจ้าของรถยนต์สามารถระบุชื่อและรายละเอียดผู้ที่มีส่วนร่วมในการขับขี่รถคันเอาประกันภัยได้ จะเป็นการลดความเสี่ยงภัยอย่างหนึ่ง ซึ่งแผนนี้มีค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุดด้วย


แผนนี้จะคุ้มครองความรับผิด และความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดในระหว่างการใช้หรือการขับขี่ของบุคคลใด ๆ ก็ตาม โดยได้รับความยินยอมจากผู้อาประกันภัย อันรวมถึงผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยหรือไม่มีประสบการณ์ในการขับรถยนต์ด้วย แผนนี้ค่อนข้างได้รับความสะดวกโดยไม่ต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ใด ๆ แต่ทั้งนี้ ราคาค่าเบี้ยประกันภัยค่อนข้างแพงกว่าแบบระบุชื่อผู้ขับขี่


สองแผนนี้เหมาะที่สุด สำหรับผู้ขับขี่ใด ๆ ที่ทราบช่วงอายุแน่นอน โดยผู้ขับขี่ใด ๆ ที่มีอายุ ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป สามารถขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยได้ ประกันรถ สำหรับแผนนี้ ประโยชน์ที่ได้จากการยืนยันอายุของผู้ขับขี่ร่วมท่านอื่นคือการได้รับค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกลงกว่าแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ รวมทั้งปแผนนี้ไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดของผู้ขับขี่ร่วมท่านอื่นอีกด้วย

ประกันชีวิต

แผนประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (AIAPA2500)

รายละเอียดแผน ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (ประกัน PA)

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือ ประกัน PA คือ ประกันภัยที่ดูแลคุณจากความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุในสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุบนท้องถนนขณะขับขี่ หรืออุบัติเหตุทั่วไป เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตทุกก้าวได้อย่างไร้กังวล โดยการทำประกันอุบัติเหตุออนไลน์ส่วนบุคคล จากซิกน่า

คุ้มครองทุกวันไม่เว้นวันหยุด และไม่ต้องสำรองเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้า ด้วยซิกน่าแคร์การ์ด (Cigna Care Card) ที่จ่ายเบี้ยเริ่มต้นเพียง 250 บาทต่อเดือน พร้อมรับความคุ้มครองสูงสุดถึง 2,400,000 บาท หากผู้ใดสนใจสามารถดูรายละเอียดของประกันอุบัติเหตุของปี 2563 ได้ตามด้านล่างนี้เลย

ประกันภัย

เราควรซื้อประกันรถยนต์ยังไงและควรดูอะไรบ้างเป็นสิ่งสำคัญ

การเลือกซื้อ ประกันรถยนต์ ไม่เหมือนกับการเลือกซื้อสินค้าทั่ว ๆ ไป หลักการที่เน้นให้เบี้ยประกันถูกที่สุดนั้น คงไม่สามารถใช้ได้ในกรณีนี้ เพราะมันทำให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ไม่ครอบคลุม หากเกิดอุบัติเหตุอาจจะถูกบริษัทประกันภัยปฏิเสธการเคลม หรือเคลมแบบไม่ครอบคลุมเพียงพอค่าใช้จ่ายทั้งหมดส่งผลให้คุณต้องจ่ายเงินส่วนต่างนั้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าทำประกันแบบไม่คุ้มค่านั่นเอง

อีกนัยหนึ่ง การซื้อประกันที่มีราคาสูงเกินไปก็อาจจะไม่คุ้มเช่นเดียวกัน เพราะคุณจ่ายเงินซื้อความคุ้มครองที่คุณไม่มีความเสี่ยงตรงนั้น หรือเป็นความคุ้มครองที่ไม่จำเป็นกับรถยนต์ของคุณเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้น การจะเลือกซึ้อประกันภัยรถยนต์สักหนึ่งกรมธรรม์ จำเป็นต้องดูส่วนประกอบหลาย ๆ อย่างรวมกัน เพื่อความคุ้มค่าและตรงตามความต้องการที่สุด ซึ่งสิ่งที่คุณต้องดูนั้น มีดังต่อไปนี้

ลำดับแรกของการจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ คือคุณต้องรู้ลักษณะนิสัยหรือไลฟ์สไตล์การใช้รถยนต์ของคุณก่อน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ใช้ส่วนใหญ่ใช้ในเมืองหรือออกต่างจังหวัด ปริมาณการใช้รถยนต์ต่อสัปดาห์มากน้อยแค่ไหน เส้นทางการใช้รถที่ใช้ประจำเป็นอย่างไรและมีความเสี่ยงอุบัติเหตุมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ ประสบการณ์ในการขับรถของคุณก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาด้วย เช่น คุณเพิ่งได้ใบขับขี่มาหมาด ๆ เพิ่งออกรถคันแรกในชีวิต หรือมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมากเพราะขับรถมานานเป็นสิบปียี่สิบปี เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติที่ควรมีในประกันรถยนต์ของคุณได้ในเบื้องต้น

ชื่อเสียงของบริษัทประกันภัย

  • อีกสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงก่อนการเลือกซื้อประกันรถยนต์ก็คือ บริษัทผู้ให้บริการประกันภัย ว่ามีชื่อเสียงความเป็นมาอย่างไร มีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน มีประวัติในการเคลมกรณีลูกค้ารายก่อน ๆ เป็นอย่างไร โดยสามารถหาได้จากข่าวต่าง ๆ สื่อสังคมโซเชียลก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี เช่น เว็บไซต์พันทิป เป็นต้น หรือแม้แต่ตัวแทนผู้ขายประกันรถยนต์ก็สามารถให้ข้อมูลในส่วนนี้ได้ 

ทุนประกันรถยนต์

  • สิ่งต่อมาที่ต้องดูก็คือ จำนวนวงเงินทุนประกัน ซึ่งวงเงินนี้จะเป็นเงินที่บริษัทจะจ่ายคืนให้กับคุณในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหนักจนรถยนต์ได้รับความเสียหายเกิน 70% ขึ้นไป รถยนต์เกิดสูญหาย และรถยนต์ไฟไหม้ทั้งคัน โดยปกติสิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดวงเงินทุนประกันนั้น ก็คือราคากลางของรถยนต์รุ่นนั้นโดยหักค่าความเสื่อมราคาต่อปีออกไป 10%

ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล

  • ในส่วนนี้เป็นความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหากเกิดอุบัติเหตุให้แก่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารที่อยู่ในรถยนต์คันเอาประกัน โดยจำนวนผู้โดยสารที่จะได้รับความคุ้มครองสูดสุดจะอยู่ที่ 6 คน (ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยและผลิตภัณฑ์) โดยรวมผู้ขับขี่ไปด้วยอีก 1 คนเป็น 7 คน เท่ากับจำนวนผู้โดยสารรถยนต์นั่งส่วนบุคคลตามกฎหมายกำหนดไว้นั่นเอง ซึ่งค่ารักษาพยาบาลนี้จะให้ความคุ้มครองเป็นรายบุคคล คนละเท่า ๆ กันตามที่ระบุในกรมธรรม์

ประกันตัวผู้ขับขี่

  • วงเงินก้อนนี้มีเอาไว้สำหรับกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่เป็นคดีอาญา ทำให้คุณต้องถูกควบคุมตัวเพื่อการสอบสวนและดำเนินคดี บริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่วงเงินประกันตัวคุณเพื่อออกมาต่อสู้คดีต่อไป เช่นเดียวกันกับความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก วงเงินประกันตัวผู้ขับขี่จะมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับบริษัทประกันจะเป็นผู้กำหนดมาให้ตามแต่ผลิตภัณฑ์

บริการเสริมของบริษัทประกัน

  • เป็นบริการอื่น ๆ นอกเหนือจากความคุ้มครองในกรมธรรม์ ที่บริษัทประกันมีให้บริการแก่ผู้ที่ทำประกันรถยนต์กับบริษัท ไม่ว่าจะเป็น ฟรีบริการรถยนต์ให้ใช้ระหว่างซ่อม มีบริการรถยนต์รถยกรถลากเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงมีบริการ Hot Line ในการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ที่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ของประเทศ ไม่ว่าจะเกิดเหตุที่ไหนก็สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้ เป็นต้น

ซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่

ในผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ จะระบุเอาไว้ชัดเจนว่าผู้ขับขี่จะส่งรถยนต์เข้าซ่อมได้ที่ไหนเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ ซ่อมที่ศูนย์บริการของยี่ห้อรถยนต์ของคุณ หรือซ่อมที่อู่ซ่อมรถทั่วไป โดยอู่ซ่อมรถนั้นก็จะแบ่งออกได้อีก 2 ประเภทคือ อู่นอกเครือและอู่ในเครือ อู่นอกเครือคืออู่ซ่อมรถที่ไม่ได้อยู่ในเครือค่ายของบริษัทประกันภัย ส่วนอู่ในเครือนั้นเป็นอู่ที่อยู่ในระบบเครือข่ายของบริษัทประกันภัย ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหนก็จะถือเป็นตัวกำหนดค่าเบี้ยประกันด้วย หากเลือกซ่อมศูนย์ก็จะมีค่าเบี้ยประกันที่แพงกว่าการเลือกซ่อมอู่

ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก

  • เป็นความคุ้มครองที่มีต่อบุคคลภายนอกรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นผู้คนเดินถนนหรือคู่กรณีที่อยู่ในรถยนต์อีกคันหนึ่ง ซึ่งจะแบ่งออกได้เป็น 2 อย่างคือ ความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และความคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยจำนวนวงเงินจะมีมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับบริษัทประกันจะเป็นผู้กำหนดมาให้ตามแต่ผลิตภัณฑ์

ค่าเสียหายส่วนแรก

  • ในบางผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ จะมีค่าเสียหายส่วนแรกระบุเอาไว้อยู่ หากผลิตภัณฑ์ใดที่ไม่ได้ระบุค่าเสียหายส่วนแรก จะมีค่าเบี้ยประกันราคาปกติ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าเสียหายส่วนแรกระบุเอาไว้ ก็จะมีค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่าตามจำนวนค่าเสียหายส่วนแรกที่ระบุเอาไว้ เช่น ประกันภัยชั้น 1 ตัวแรกไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก ค่าเบี้ยประกัน 16,000 บาท ประกันภัยชั้น 1 อีกตัวที่ระบุค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท ค่าเบี้ยประกันจะลดลงเหลือเพียง 11,000 บาท เป็นต้น

ส่วนลดเพิ่มเติม

  • บางบริษัทจะมอบส่วนลดค่าเบี้ยประกันพิเศษให้กับคุณ ตัวอย่างเช่น หากรถยนต์ของคุณมีกล้องติดรถยนต์เพื่อบันทึกภาพขณะเดินทาง คุณจะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันประมาณ 5% หรือหากคุณต่อประกันรถยนต์กับบริษัทเดิม และปีที่ผ่านมาคุณมีประวัติที่ดี ไม่มีการเคลมใด ๆ เกิดขึ้น คุณก็จะได้ส่วนลดค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นมาอีก 10% เป็นต้น

เบี้ยประกันรถยนต์

  • เรียกแบบเข้าใจง่าย ๆ เบี้ยประกัน ก็คือ ราคาประกันรถยนต์นั่นเอง โดยทุกสิ่งที่เรากล่าวมาข้างต้นนี่แหละ คือตัวกำหนดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นคุณสมบัติสำคัญ ๆ ที่ผู้ขับขี่ควรจะมีเอาไว้เพื่อความคุ้มครองที่คุ้มค่า ป้องกันความเสี่ยงในเรื่องวิกฤติทางการเงินของคุณ อย่างเช่น ทุนประกันภัย และอีกส่วนที่ควรจะมีไว้เพื่อช่วยในการลดเบี้ยประกันภัยให้ถูกลง เช่น ค่าเสียหายส่วนแรก ที่เหมาะกับคนที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุต่ำ มีความชำนาญในการขับรถยนต์ค่อนข้างมาก