ประกันภัย

ประกันภัย

ผลิตภัณฑ์ประกันภัย

ประกันภัยสำหรับบ้านและทรัพย์สิน

  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประกันอัคคีภัยสำหรับบ้านอยู่อาศัย
  • คุ้มครอง 6 ภัยพื้นฐานและ 4 ภัยธรรมชาติทุกที่ทั่วไทย
  • ไม่ว่าบ้านจะอยู่ในพื้นที่ใด หรือทำด้วยวัสดุประเภทใด รีวิประกันภัย
  • ป็นการให้ความ
  • คุ้มครองแบบมีทางเลือกที่คุ้มค่าให้กับผู้ที่ทำประกันภัยเต็มวงเงินที่เอา
  • ประกันภัย (100% ของราคาสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สิน

เหมาะสำหรับ

  • บุคคลทั่วไป รีวิประกันภัย
  • ผู้นำชุมชน เช่น คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด คณะกรรมการหมู่บ้าน อบต. ผู้ใหญ่บ้าน

ความคุ้มครอง 6 ภัย (ตามราคาประเมินอาคาร)

  • ภัยไฟไหม้
  • ภัยฟ้าผ่า
  • ภัยระเบิด
  • ภัยจากยานพาหนะ
  • ภัยจากอากาศยาน
  • ภัยเนื่องจากน้ำ (ไม่รวมน้ำท่วม)

ความคุ้มครอง 4 ภัยธรรมชาติ

  • ภัยลมพายุ
  • ภัยแผ่นดินไหว
  • ภัยน้ำท่วม
  • ภัยจากลูกเห็บ รีวิประกันภัย
ประกันรถยนต์ชั้น2

ประกันรถยนต์ชั้น2

ประกันรถยนต์ชั้น2

รถหาย ไฟไหม้ คุ้มครองสูงสุด 2เท่า

  • ทุนประกันสูงสุด 350,000*
  • เบี้ยต่ำ แต่คุ้มครองสูง
  • ผ่อนสบายๆ 0% นาน 10 เดือน
  • ผ่อนเริ่ม 4xx บ.ต่องวด
  • การันตีมาไว 30 นาที

*ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

เบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 2+

ถ้าคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ชั้น 2 รถเฉพาะรุ่น รีวิวประกันภัย ไดเร็คเอเชียเรามีประกันชั้น 2+
สำหรับรถยนต์ 6 รุ่นยอดนิยมที่ให้การคุ้มครองที่ครอบคลุมกับการใช้งานรถยนต์ของคุณ การันตีว่าคุณจะได้ประกันรถยนต์2+ ราคาเท่าไรก็คุ้มค่า

เบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 2+

ถ้าคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ชั้น 2 รถเฉพาะรุ่น ไดเร็คเอเชียเรามีประกันชั้น 2+
สำหรับรถยนต์ 6 รุ่นยอดนิยมที่ให้การคุ้มครองที่ครอบคลุมกับการใช้งานรถยนต์ของคุณ รีวิวประกันภัย การันตีว่าคุณจะได้ประกันรถยนต์2+ ราคาเท่าไรก็คุ้มค่า

หมายเหตุ

  *ทุนประกันภัยที่สามารถเลือกซื้อ ขึ้นอยู่กับราคารถยนต์ ณ วันทำประกันภัย ระหว่าง 150,000 – 350,000 บาท
  **    สำหรับรถยนต์นั่งให้ความคุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวมกันไม่เกิน 6 คนขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สำหรับรถกระบะ 2 ประตู ให้ความคุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวมกันไม่เกิน 2 คน
เรื่องควรคิด

เรื่องควรคิดก่อนทำประกันภัยอุบัติเหตุ

เรื่องควรคิด ก่อนทำประกันภัยอุบัติเหตุ ที่เราควรรู้

ก่อนจะตัดสินใจทำประกันภัย ไม่ว่าจะประเภทใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือ การเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับตัวเรา และในปัจจุบันมีหลากหลายช่องทางให้ค้นหา เช่น บน Google เราอาจจะใช้คำค้นว่า “ประกัน ที่ไหนดี” หรือการค้นหารีวิวประกันภัย บน Pantip ที่มีคนมาถามเรื่องประกันเยอะพอสมควร  

แต่สำหรับประกันอุบัติเหตุ ถึงแม้จะเป็นประกันที่สามารถซื้อ และคุ้มครองได้ทันที เพราะไม่มีตรวจสุขภาพ แต่ก็ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ชวนคิดก่อนว่า แผนที่เราเลือกนั้น เหมาะสมกับเราแล้วหรือไหม จาก 7 ข้อนี้เลย

ในความจริงแล้วไม่ว่าอายุเท่าใดก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้นจะเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ ประกันอุบัติเหตุจาก AXA เองก็มีแผนที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่อายุ 1-70 ปีเลย

อาชีพที่มีความเสี่ยงสูง อย่างเช่น วิศวกร ช่างไฟฟ้า สถาปนิก คนงานก่อสร้าง หรือคนที่ต้องใช้อุปกรณ์-เครื่องมือในการทำงาน มักจะเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นประกันภัยอุบัติเหตุมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยดูแล และคอยช่วยเหลือยามเกิดอุบัติเหตุ เพราะสามารถยื่นบัตร PA Card และรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายได้ทันที โดยไม่ต้องสำรองจ่าย

แต่เดี๋ยวก่อน…ใครว่าพนักงานออฟฟิศ หรืออายุน้อยๆ อย่างนักเรียน นักศึกษาไม่มีความเสี่ยงอุบัติเหตุ อยากให้ลองนึกดูสิว่า แค่เราลื่นตกจากบันได อย่างน้อยอาจจะแค่เจ็บขา แต่ถ้าหนักถึงขั้นขาหัก กว่าจะรักษาให้หายขาดก็มีค่าใช้จ่ายสูง ประกันอุบัติเหตุก็จะช่วยแบ่งเบาตรงนี้ได้

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สำหรับการรับประกันภัยในส่วนของประกันภัยอุบัติเหตุจะแบ่งเป็น 4 ชั้น ไล่ลำดับจากความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงความเสี่ยงสูง ได้แก่

อาชีพชั้น 1 ส่วนใหญ่ทำงานประจำในสำนักงาน
อาชีพชั้น 2 ปฏิบัติงานที่ใช้วิชาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้งตลอดเวลา
อาชีพชั้น 3 ปฏิบัติงานด้านช่าง กระบวนการผลิต ที่มีการใช้เครื่องจักรกลหนัก ผู้ใช้แรงงาน การเดินทาง หรือทำงานนอกสำนักงานเป็นประจำ
อาชีพชั้น 4 อาชีพพิเศษที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าชั้นอื่น ๆ เป็นพิเศษ เช่น นักแสดงผาดโผน

เหตุผลที่วันเริ่มต้นคุ้มครอง เป็น 1 ในสิ่งที่ผู้ซื้อประกันภัยต้องคำนึงถึงนั้น ก็เพราะว่าทุกอย่างที่อยู่บริเวณรอบตัวเราไม่ว่าจะวัน หรือเวลาใดก็ตาม ก็สามารถทำให้เราประสบอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะบุคคลที่ประกอบอาชีพ หรือต้องเจอเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงทุกวัน เพราะฉะนั้นการซื้อประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองเราได้ทันทีหลังจากการซื้อสำเร็จ ก็จะส่งผลดีต่อตัวเรามากกว่านั่นเอง

เบี้ยประกันอุบัติเหตุนั้นมีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยปลายๆ ไปจนถึงหลักพันปลายๆ ซึ่งเมื่อจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยแล้ว ก็จะได้รับคุ้มครองตลอด 1 ปี เพราะฉะนั้นการคำนวณค่าใช้จ่ายในการจ่ายเบี้ยประกันของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินเข้าตรงเวลาทุกเดือน อาจจะคำนวณโดยการเก็บออมในแต่ละเดือน หรือเลือกจ่ายทีเดียว แต่สำหรับในบางอาชีพที่มีเงินหมุนเข้า-ออกทุกวันอย่างพ่อค้า/แม่ค้า อาจจะใช้จ่ายทีเดียวเพื่อบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนแทน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน แต่ให้แอกซ่าแนะนำ ผู้เอาประกันควรจะเลือกซื้อประกันภัยอุบัติเหตุที่ได้รับความคุ้มครองสูงสุด ถึงเบี้ยอาจจะราคาสูงกว่า แต่เชื่อมั่นได้เลยว่า ตัวเราเองก็จะได้รับความคุ้มครองที่สูงสุดเช่นกัน

ลองประเมินความเสี่ยงของตัวเอง เช่น การเดินทาง การทำงาน หรือการประกอบอาชีพของตนเองว่า มีความเสี่ยงอยู่ในระดับไหน และเลือกทุนประกันที่เหมาะกับตัวเอง เช่น นาย A เป็นช่างเทคนิค ประเมินจากอาชีพของตนเองแล้วพบว่ามีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นควรเลือกที่จะประกันภัยอุบัติเหตุที่ครอบคลุม และคุ้มครองสูงสุด ทั้งในแง่ค่ารักษาพยาบาล และผลประโยชน์การเสียชีวิต

เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่ควรศึกษาก่อนทำประกันอุบัติเหตุ คือ การตรวจเช็คว่ามีรายชื่อโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในเครือข่ายประกันภัยอุบัติเหตุของบริษัทประกันภัยที่เราจะซื้อหรือไม่ ให้ลองนึกภาพว่า ถ้าวันหนึ่งเราเกิดอุบัติเหตุขึ้มมา สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การที่ผู้บาดเจ็บสามารถเดินทางไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง และพบแพทย์ได้อย่างทันที และยังสบายใจได้เพราะไม่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน สำหรับใครที่สนใจทำประกันอุบัติเหตุกับ AXA สามารถเช็ครายชื่อโรงพยาบาลในเครือข่ายได้ที่นี่ คลิก

นอกจากแผนประกันภัย เบี้ยประกัน และโรงพยาบาล สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการตัดสินใจทำประกันกับบริษัทใด บริษัทหนึ่ง ก็คือ การบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลลูกค้าอย่างจริงใจ การให้ข้อมูล หรือตอบคำถามต่างๆ ที่เรายังสงสัยได้ เรื่องควรคิด รวมไปถึงข้อมูลเชิงลึก เช่น เอกสารที่ในการเรียกร้องสินไหมในกรณีต่าง ๆ รวมไปถึงช่องทางติดต่อที่สะดวกที่สุด